อาณาจักรละโว้(ลวรัฐ)

 

 

                                ในจดหมายเหตุของจีน  และอาหรับ   คัมภีร์มิลินทปัญหา   คัมภีร์มหานิเทศและข้อมูลของปโตเลมี ใน พ..๗๐๘(..165)นั้นได้ระบุว่า  มีเมืองท่าและแคว้นต่าง ๆ อยู่บริเวณคาบสมุทรไทยหลายเมือง    เช่น ลังกาสุกะ(Lang-ka su-ka) พันพัน (Pan-pan)  กาลาห์( Kalah)  ตามพรลิงค์(Tam-bal-inga)   ตักโกลา(Tacola) ตุนซุน (Tun-sun) เตียนซุน  (Tien-sun) เชียะโท้ (Chi-tu)   เป็นต้น 

               นอกจากนี้ยังมีชื่อเมืองต่างๆของสยามปรากฏไว้บนแผนที่โบราณหลายแห่งของ เสปน ฮอลันดา ฝรั่งเศส และอังกฤษ เช่น  ชื่อเมืองTacola(ตักโกลา), Lakon(ละคร), Singora(สิงโกลาหรือสงขลา), Kui(กุย), Sian(เสียมหรือสยาม), Yodia(โยเดียหรืออยุธยา), Tavoy(ทวาย).

                   ดังนั้นเมื่อมีการสำรวจทางโบราณคดี จึงพบว่ามีโบราณวัตถุจากต่างประเทศอยู่ตามแหล่งต่างๆ ในประเทศไทยมากมาย    เมื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบอายุของยุคสมัยและอารยธรรมแล้ว พบว่า

                เครื่องประดับหินสีจากอินเดีย พบที่บ้านดอนตาเพชร อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี มีอายุในสมัยพุทธศตวรรษที่ ๒

               ลูกปัดแก้วจากอินเดีย    พบที่เขาสามแก้ว จ.ชุมพร และควนลูกปัด  อำเภอคลองท่อม   จังหวัดกระบี่(ควนลูกปัด   นั้นเป็นแหล่งที่พบลูกปัดจำนวนมากและที่พบอยู่ในสภาพชำรุด จนเข้าใจว่าน่าจะเป็นแหล่งผลิต) มีอายุอยู่ในสมัยพุทธศตวรรษที่ ๗ 

              โบราณวัตถุด้านศาสนาจากอินเดียเช่นเทวรูปฮินดูและพระพุทธรูป พบที่อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่   ควนพุนพินที่สุราษฎร์ธานี  ภูเขาทอง ที่ระนอง และอำเภอยะรัง ที่ปัตตานี อายุอยู่ในสมัยพุทธศตวรรษที่ ๘-๑๑ 

             จารึกภาษามอญ บาลี สันสกฤต และเมืองโบราณ พบที่นครปฐม  โนนกาเล็นที่อุบลราชธานี  สันป่าข่าที่เชียงใหม่  เมืองสทิงพระที่สงขลา และเมืองยะรังที่ปัตตานี  อายุอยู่ใน            สมัยพุทธศตวรรษที่ ๑๒–๑๓

         รูปเคารพของศาสนาฮินดูและศาสนาพุทธพบหลายแห่งในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้            อายุอยู่ใน สมัยพุทธศตวรรษที่ ๑๓–๑๕    สำหรับในดินแดนแหลมทองนั้นศาสนาฮินดูแพร่ไปทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ส่วนศาสนาพุทธเข้ามาทางภาคใต้และภาคกลาง   การค้าระหว่างประเทศเจริญรุ่งเรือง มีท่าเรือทะเลสำคัญด้านตะวันตกของแหลมทอง คือเกาะคอเขาที่พังงา ส่วนท่าเรือทะเลด้านตะวันออกคือแหลมโพธิ์ที่สุราษฎร์ธานี  มีการค้าขายทางบกผ่านเมืองในลุ่มแม่น้ำมูล เช่นเมืองสตึก บุรีรัมย์  โดยมีเตาผลิตเครื่องปั้นดินเผาสำหรับจำหน่าย  นอกจากนั้นแหล่งชุมชนโบราณในยุคนี้ก็ ยังมีเมืองดงละครที่นครนายก และดงศรีมหาโพธิ์ ที่ปราจีนบุรี  ที่แหลมโพธิ์  ตำบลพุมเรียงและที่อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี  ที่เกาะคอเขา อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา ที่ควนลูกปัด อำเภอคลองท่อม  จังหวัดกระบี่ สำหรับที่ตำบลท่าเรือ  อำเภอเมือง  จังหวัดนครศรีธรรมราชถือว่าเป็นศูนย์การค้าที่สำคัญในพุทธศตวรรษที่ ๑๕ (คริสตศตวรรษ ที่๑๐เนื่องจากมีการพบเศษเครื่องถ้วยจีนสมัยราชวงศ์ถัง  ผลิตจากกวางตุ้ง  จากเตาฉางชา มณฑลหูหนาน  และเครื่องถ้วยเปอร์เชียจำนวนมาก 

               ผลจากการตรวจสอบเตาทุเรียงที่อำเภอศรีสัชนาลัย  จังหวัดสุโขทัย ของนักโบราณคดีไทย-ออสเตรเลีย  ได้พบว่า เครื่องปั้นดินเผาที่ศรีสัชนาลัยเริ่มมีการผลิตตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๑๕ แล้วมีการพัฒนาวิธีเผาต่อมา   จนถึงพุทธศตวรรษที่ ๒๐  ซึ่งพบว่ามีการทำเตาทุเรียงซ้อนทับกันอยู่ถึงสิบชั้น ด้วยกัน

               โบราณสถานสำคัญอีกหลายแห่ง ได้แก่วัดราง ที่นครศรีธรรมราช วัดเวียงที่สุราษฎร์ธานี และปราสาทเมืองสิงห์ที่กาญจนบุรีนั้น    พบว่ามีอายุอยู่ใน สมัยพุทธศตวรรษที่๑๖–๑๘ 

              โดยเฉพาะ ปราสาทหินนครวัด  ที่พระเจ้าสุริยวรมันที่  ๒ สร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ ๑๗ ในอาณาจักรขอมนั้น    มีภาพจำหลักหินด้านหนึ่งเป็นภาพกองทัพสยาม ที่ส่งไปช่วยรบกับพวกจามและร่วมในพิธีฉลองชัยชนะร่วมกับกองทัพอื่นๆ  เป็นภาพแม่ทัพนั่งช้างและมีพลทหารเรียงแถวที่ไม่เป็นระเบียบนัก         มีอักษรจารึกไว้ว่า  “สยำ กุก”(ปัจจุบันถูกเอาออก) สันนิษฐานว่า น่าจะหมายถึงกองทัพสยามจากลุ่มแม่น้ำกก   กล่าวคือกำลังที่มาจากเมืองเชียงราย เมืองเชียงแสนหรือจากสุพรรณบุรี   และคำว่า “ โลว”  สันนิษฐานว่าเป็นกองทัพจากเมืองละโว้                     

                    การเกิดของรัฐใหม่ขึ้นหลายแห่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น สุโขทัย   อยุธยา  ในสมัยพุทธศตวรรษที่ ๑๘–๒๑ นั้น  ได้พบว่าเมืองเหล่านั้นมีการสร้างเตาเครื่องปั้นดินเผาขึ้นหลายแ่งเช่น เตาเผาที่ศรีสัชนาลัยและสวรรคโลก เมืองสุโขทัย(เครื่องสังคโลกเตาบางปูนที่เมืองสุพรรณบุรี  เตาแม่น้ำน้อยที่เมืองสิงห์บุรี   และพบว่าแม่น้ำท่าจีน  แม่น้ำน้อยนั้นเป็นเส้นทางที่ใช้สำหรับติดต่อค้าขายทางทะเลกับจีน และประเทศตะวันตก โดยมีกรุงศรีอยุธยาเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจอยู่ทางภาคกลาง และมีเมืองนครศรีธรรมราชกับปัตตานีเป็นศูนย์กลางในดินแดนทางภาคใต้    โดยเฉพาะบริเวณแม่น้ำใกล้วัดเกาะลอย จังหวัดราชบุรีนั้นได้สำรวจพบเศษภาชนะดินเผาจากการดูดเอาทรายในแม่น้ำ  และพบอยู่ในเรือ ประมาณ ๔ ลำที่จมอยู่ในแม่น้ำราชบุรี  หน้าวัดเกาะลอย  เมื่อตรวจสอบภาชนะที่พบแล้วปรากฏเป็นเครื่องถ้วยจีนจากมณฑลฟูเจี้ยน เครื่องถ้วยจากเตาหลงฉวน เครื่องถ้วยจากเตากวางตุ้ง  และจากเตาจิ่งเต๋อเจี้ยน  ที่มีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘–๑๙ (คริสศตวรรษ ๑๓–๑๔  นอกจากนี้ยังพบเหรียญกษาปณ์จีนและปืนใหญ่สำริดของจีนโบราณ ๑ กระบอก      รวมทั้ง แผ่นอิฐ ๓  แผ่นมีจารึกอักษรภาษาจีนเรื่อง  พุทธศาสนา ด้วย

                  ก่อนพุทธศตวรรษที่ ๑๘นั้นบริเวณดินแดนของสุวรรณภูมิได้มีอาณาจักรโบราณสำคัญเกิดขึ้นหลายแห่งในแหลมทอง เช่นพุกาม  ลังกา     ชวา  กัมโพช   อโยธยา   ตามพรลิงค์(นครศรีธรรมราชนครชัยศรี  สุพรรณภูมิ  และหริภุญชัย (ลำพูน)     ต่อมาได้มีการก่อตั้งรัฐใหม่ขึ้นหลายแห่งในพื้นที่ดังกล่าวได้แก่  อาณาจักรโยนก สุโขทัย แพร่ น่าน และอาณาจักรล้านช้าง   จึงทำให้เกิดชุมชนแห่งใหม่เพิ่มขึ้นในพื้นที่ของเมืองอโยธยา    เพชรบุรี   สุโขทัย   แพร่   และน่าน   เป็นต้น   

 

 

 

 

 

 

 

 

             << ย้อนกลับ                ต่อไป อโยธยา..เมืองท่าสำคัญของอาณาจักรละโว้ >>

 

 

 

 

 

 

 

 

www.siamrecorder.com
webmaster@siamrecorder.com